อาการแพ้อาหารในสุนัข

            โดยทั่วไปร่างกายสัตว์สามารถเกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ ถ้าสัตว์เลี้ยงของท่านมีอาการภาวะภูมิแพ้อาหารหรืออาการแพ้อาหาร เกิดจากการที่ร่างกายเข้าใจผิดคิดว่าอาหารที่สุนัขกินเข้าไปนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงแสดงปฏิกิริยาต่อต้าน โดยปกติระบบทางเดินอาหารจะย่อยอาหารให้มีโมเลกุลขนาดเล็ก เล็กมากๆ จนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ก็มีโมเลกุลบางส่วนที่ถูกย่อยอย่างไม่สมบูรณ์ ยังมีขนาดใหญ่พอที่ร่างกายสามารถตรวจจับได้ ระบบภูมิคุ้มกันจึงถูกกระตุ้นให้ตอบสนอง โดยมีการหลั่ง IgA, IgG, IgE และ mast cell ออกมา ส่งผลให้ร่างกายแสดงอาการต่างๆ 

-          ภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัข (Food allergy) หรือภาวะภูมิคุ้มกันไวเกินต่ออาหาร เป็นโรคที่ร่างกายแสดงปฏิกิริยาทางระบบภูมิคุ้มกันแบบ Hypersensitivity ต่ออาหารที่กินเข้าไป  สุนัขจะแสดงอาการความผิดปกติทางผิวหนัง อาการที่พบได้บ่อย เช่น ผิวหนังมีผื่นแดง มีเม็ดตุ่ม คัน ขนร่วง ส่วนใหญ่จะพบรอยโรคตามบริเวณใบหน้าและที่หูประมาณ 80% ที่ขาและเท้าประมาณ 60% ที่โคนขาหนีบประมาณ 50% ที่บริเวณหน้าอก รักแร้ และรอบดวงตาประมาณ 35% และบริเวณอื่นๆ ก็สามารถพบได้อย่าง เช่น รอบปาก ใต้คาง รอบรูทวาร เป็นต้น

-          การแพ้อาหาร (Food intolerance) จะไม่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เป็นการที่ร่างกายไม่ทนต่ออาหารที่รับเข้าไป สุนัขจะแสดงอาการท้องเสีย อาเจียน แต่ไม่ค่อยพบอาการทางผิวหนัง เหมือนอย่างคนที่อาจแพ้อาหารรสเผ็ด ของทอด หรือนม เพราะไม่มีเอนไซม์ที่สามารถย่อยน้ำตาลแลกโทส (Lactose) ได้ บางรายเป็นไปในลักษณะของการเกิดอาหารเป็นพิษ (Food poisoning) หรือกินอาหารที่มีพิษต่อร่างกายเข้าไป เช่น ช็อกโกแลต แมคคาเดเมีย หัวหอม ฯลฯ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่อย่างไร แต่ไม่ว่าจะเป็นภาวะภูมิแพ้อาหารหรือการแพ้อาหาร มีวิธีจัดการเหมือนกัน คือ งดกินอาหารที่ทำให้แพ้หรือเป็นพิษนั้นซะ

สาเหตุที่สุนัขมีอาการแพ้อาหาร เช่น  

โปรตีนบางชนิด เช่น เนื้อวัว  เนื้อไก่  เนื้อแกะ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำนม  อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้อาหารได้           สุนัขแต่ละตัวอาจมีอาการแพ้ต่างกัน  บางตัวอาจแพ้โปรตีนจากไก่  บางตัวอาจแพ้โปรตีนจากเนื้อแกะ  หรือข้าวโพด  ถั่วต่างๆ ก็เป็นได้ และมีรายงานการศึกษาอาหารภูมิแพ้สำหรับสุนัขพบว่า สุนัขบางตัวอาจแพ้สารปรุงแต่งอื่นๆในอาหาร เช่น สารกันบูดหรือสีผสมอาหารก็เป็นได้เช่นกัน  นอกจากนี้  สุนัขบางตัวอาจมีอาการแพ้อาหารหลายๆ ชนิดร่วมอยู่ด้วยก็ได้  ไม่จำเป็นต้องแพ้สารอาหารชนิดใด ชนิดหนึ่ง

 

อาการที่บ่งบอกว่าสุนัขแพ้อาหาร ดังนี้

ใบหน้า   อาการ : ผื่นแดงรอบๆดวงตา มีขนล่วงเป็นหย่อมๆ

จุดสังเกต : คัน เกา ใช้เท้าเกาบริเวณใบหน้าหรือเอาใบหน้าถูเฟอร์นิเจอร์

ผิวหนัง  อาการ: ผื่นแดง ตกสะเก็ด เหม็น อาจมีอาการติดเชื้ออย่างอื่นร่วมด้วย

จุดสังเกต : 8คัน เกา เสาะเลีบรอบๆตัว

หู อาการ:  มีขี้หูเหม็น ผื่นแดงรอบๆใบหู

จุดสังเกต : ใช้อุ้งเท้าเกาบริเวณรอบๆใบหูหรือชอบเอาใบหน้าถูเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

อุ้งเท้า อาการ : ผื่นแดง เหม็น สีผิวไม่สม่ำเสมอจาการกัดและเลีย

จุดสังเกต : เลียหรือแทะเล็มเท้าอยู่เสมอ

ขน อาการ : ขนร่วงเป็นหย่อมๆ สีขนไม่สม่ำเสมอจากการเลีย

จุดสังเกต : คัน เกา แทะ เลียรอบๆตัว ชอบเอาตัวถูเฟอร์นิเจอร์ พรม

 

สุนัขตัวไหน ควรต้องระวังภาวะภูมิแพ้อาหารเป็นพิเศษบ้าง?

       ภาวะภูมิแพ้อาหารพบไม่บ่อยนัก อุบัติการณ์ของการเกิดแค่เพียง 10% ของภาวะภูมิแพ้ทั้งหมด พบมากเป็นอันดับที่ 3 ของภาวะภูมิแพ้ทั้งหมด รองจากภาวะภูมิแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite allergy) และภาวะภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopy) แต่ 20% ของสุนัขที่มีอาการเกาคัน มักจะมีสาเหตุมาจากภาวะภูมิแพ้อาหาร ซึ่งสุนัขที่ต้องระวังภาวะภูมิแพ้อาหารเป็นพิเศษ ได้แก่

1. สุนัขตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 3 ปี โดย 30% ของสัตว์ที่ป่วยพบในสุนัขอายุไม่เกิน 1 ปี และอาจจะพบได้ในสุนัขที่มีอายุมากกว่า 6 ปี

2. อันที่จริงพบได้ในสุนัขทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปั๊ก เยอรมันเซฟเฟิร์ด บ็อกเซอร์ ค็อกเกอร์สเปเนียล ชาไป่ ดัชชุน ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ พูดเดิ้ล คอลลี่ ดัลเมเชี่ยน และมิเนเจอร์ ชเนาเซอร์                                     

3. ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีโอกาสเป็นภาวะภูมิแพ้อาหารได้เท่าๆ กันทั้งสองเพศ                                                                   

4. จากการศึกษาพบว่า ภาวะภูมิแพ้อาหารมักเกิดกับสุนัขที่กินอาหารเดิมๆ มานานหลายปี ซึ่งอาจจะมากกว่า 2 ปีขึ้นไป

 

มีวิธีป้องกันและวิธีรักษาภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัขอย่างไร?

วิธีป้องกันภาวะภูมิแพ้อาหารในสุนัข มีข้อปฏิบัติดังนี้

     1. ไม่ควรให้อาหารเดิมซ้ำๆ ติดต่อกันนานเกิน 2 ปี

     2. หากจะปรับเปลี่ยนอาหารควรค่อยเปลี่ยน เพื่อให้ทางเดินอาหารสุนัขได้ปรับตัว

     3. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้สุนัขเกิดภาวะท้องเสียบ่อยๆ

     4. เลือกอาหารที่ประกอบด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพดี ย่อยง่าย เนื่องจากโปรตีนที่มีโมเลกุลใหญ่ย่อยยาก มักจะ          ก่อให้เกิดภาวะภูมิแพ้อาหารได้ แนะนำให้กินอาหาร Hydrolysed protein

     5. สุนัขที่เคยมีประวัติเป็นภาวะภูมิแพ้อาหารให้หลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นและระมัดระวังแหล่งโปรตีนที่จะนำมาใช้เป็นอาหาร และรวมถึงโปรตีนที่อาจทำปฏิกิริยา Cross reaction กันได้ เช่น เนื้อวัวกับนมวัว เนื้อไก่และไข่ไก่ เป็นต้น

 

การรักษาโรคภูมิแพ้

 การรักษาที่ดีและชัดเจนที่สุดก็คือ การหลีกเลี่ยง พยายามไม่สัมผัสกับสิ่งที่แพ้ เช่น หากเราแพ้เห็บหมัดก็ต้องหมั่นดูแลกำจัดและป้องกันมิให้มีเห็บหมัด ส่วนโรคภูมิแพ้อาหาร ควบคุมโดยต้องเข้มงวดไม่กินอาหารที่แพ้ อย่างไรก็ตามเรามักจะให้สุนัขหลีกเลี่ยง Allergen ที่มากับอากาศไม่ได้ แต่เราสามารถขจัดสารเหล่านี้ได้ โดยการรักษาที่เรียกว่า "Immunotherapy" หรือการสร้างภูมิคุ้มกันโรค

Visitors: 1,430,558